วิธีเลือกรถเข็นไฟฟ้า Synergy เพื่อใช้งาน
(และ ตารางเปรียบเทียบรุ่นรถเข็นไฟฟ้า)

วิธีเลือกรถเข็นไฟฟ้า

       รถเข็นไฟฟ้านั้นเป็นอุปกรณ์มีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านการเดิน เช่นผู้ป่วยเป็นโรคที่มีผลกระทบต่อการเดินหรือเคลื่อนไหว เช่น ผู้ป่วยเป็นโรคกระดูกทับเส้น, โรคหัวเข่าเสื่อม และโรคกระดูกพรุน และแม้กระทั่งคนแก่ คนชรา รถเข็นไฟฟ้านั้นจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ ทำให้ผู้ใช้สามารถเคลื่อนที่ไปตามที่ตัวเองต้องการ ลดการพึงพา และช่วยผ่อนแรงให้กับผู้ดูแล และนอกจากนั้น ผู้ใช้ก็ยังสามารถพกพานำรถเข็นไฟฟ้าออกไปใช้นอกสถานที่ได้
       ด้วยการขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าโดยใช้มอเตอร์คู่ซ้าย-ขวา ควบคุมผ่านทางจอยสติ๊กออกแบบให้ใช้งานง่าย และใช้ไฟจากแบตเตอรี่ มีทั้งแบบกรดตะกั่ว (Lead Acid) และแบบลิเธี่ยมไอออน (Lithium-ion) รถเข็นไฟฟ้าจึงสามารถวิ่งได้ไกลหลายกิโลเมตร สามารถวิ่งได้ทั้งบนทางลาดชัน หรือบนทางที่ขรุขระ และการบังคับควบคุมก็สามารถทำได้ทุกทิศทาง รถเข็นไฟฟ้ามีวงเลี้ยวที่แคบจึงสามารถบังคับหมุนรอบตัวเองได้ ทำให้ผู้ใช้มีอิสระในการเดินทางมากขึ้นซึ่งคุณสมบัติดังกล่าวนั้นรถวีลแชร์แบบแมนนวลนั้นไม่สามารถทำได้

      เนื่องจากรถเข็นไฟฟ้าซินเนอจี มีหลายรุ่น มีมากถึงกว่า 21 รุ่น ทำให้สามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมกับตัวของผู้ใช้เอง หรือเหมาะกับความต้องการในการใช้งาน การเลือกซื้อรถเข็นไฟฟ้าซินเนอจีนั้น สามารถเลือกตามปัจจัยต่างๆดังนี้;

1. เลือกตามขนาด รถเข็นไฟฟ้าซินเนอจี มีหลายขนาด มีทั้งแบบที่มีขนาดที่นั่งเล็ก 40ซม. (รุ่น คอมแพค-S) จนถึงรุ่นที่มีขนาดที่นั่งใหญ่ 46ซม. (รุ่น คอมแพค-L), 48ซม. (รุ่น อินสปาย-L) และที่นั่งขนาดใหญ่พิเศษ 55ซม. (รุ่น สมาร์ท -XL) เลือกให้เหมาะสมกับขนาดตัวของผู้ใช้ ผู้ใช้ตัวเล็กหรือมีน้ำหนักเบา ก็ควรจะใช้รถเข็นไฟฟ้าที่มีขนาดที่นั่งเล็ก และถ้าผู้ใช้มีขนาดตัวใหญ่หรือน้ำหนักมาก ก็ควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าที่มีขนาดที่นั่งใหญ่ เพื่อให้นั่งสบายไม่อึดอัด และรถเข็นไฟฟ้ารุ่นที่มีที่นั่งขนาดใหญ่นั้น ก็จะออกแบบมาให้รับน้ำหนักของผู้นั่งได้มากตามขนาดของที่นั่งด้วย (เช่นรุ่น อินสปาย-L ออกแบบมาเพื่อรับน้ำหนักได้ถึง 180กก.)

 

*ข้อแนะนำ: ไม่ควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าที่มีที่นั่งขนาดใหญ่ให้กับผู้ใช้ที่มีขนาดตัวเล็กเพราะจะทำให้ในการใช้งานโดยเฉพาะเวลาขับขี่ตัวของผู้ใช้จะไม่กระชับกับที่นั่งซึ่งนั่นอาจทำให้ตัวของผู้ใช้โครงเครงในระหว่างที่ขับขี่เลี้ยวรถ หรือขับขี่บนทางขรุขระ ​

และเนื่องจากรถเข็นไฟฟ้ารุ่นที่มีที่นั่งขนาดใหญ่นั้นก็จะมีคุณสมบัติที่สามารถรับน้ำหนักได้เยอะ และตัวโครงสร้างก็จะใหญ่และมี่น้ำหนักมากกว่ารถเข็นไฟฟ้าที่มีที่นั่งขนาดเล็ก ตัวอุปกรณ์ไฟฟ้าและโครงสร้างก็จะมีการออกแบบมาให้รับน้ำหนักของผู้นั่งได้มากตามขนาดของที่นั่งด้วย เช่นรถเข็นไฟฟ้าที่มีขนาดที่นั่งใหญ่ก็จะมักจะมีมอเตอร์ที่มีกำลังมากกว่ารถเข็นไฟฟ้าที่มีขนาดที่นั่งเล็ก และแบตเตอรี่ของรถเข็นไฟฟ้าที่มีที่นั่งขนาดใหญ่ก็จะมีแบตเตอรี่ที่มีความจุไฟมากกว่า

*ข้อแนะนำ: ผู้ใช้ควรสังเกตุสเปคของรถเข็นไฟฟ้าที่มีที่นั่งขนาดใหญ่ และขอให้แน่ใจว่ามีสเปค (เช่นโครงสร้าง กำลังมอเตอร์ และ ความจุแบตเตอรี่) จะต้องสูงกว่ารถเข็นไฟฟ้าที่มีที่นั่งขนาดเล็ก เนื่องจากรถเข็นไฟฟ้าที่มีที่นั่งขนาดใหญ่ ต้องรับน้ำหนักมากกว่า

และนอกเหนือจากนั้น ลูกค้าบางท่านที่ต้องการใช้รถเข็นไฟฟ้าในที่แคบๆ เช่นในบ้าน โดยขับขี่เข้า-ออกประตูห้องต่างๆ ก็ควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าที่มีขนาดเหมาะสมกับขนาดของประตู (โดยปกติ ขนาดประตูห้องน้ำจะประมาณ 75ซม. ประตูห้องนอนจะประมาณ 80ซม.) หรือเหมาะสมกับขนาดของทาง หรือ ทางลาดที่ต้องใช้รถเข็นไฟฟ้าวิ่งผ่าน

2. เลือกตามความต้องการในการใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ถ้าผู้ใช้ใช้ชีวิตประจำวันในการเดินทางบ่อยๆ และต้องการให้รถเข็นไฟฟ้าที่ใช้มีน้ำหนักเบาเพื่อที่จะได้พกพาไปไหนมาไหนสะดวก ก็ควรเลือกรถเข็นไฟฟ้ารุ่นที่โครงสร้างทำจากอลูมิเนียมอัลลอยซึ่งจะมีน้ำหนักเบา (รุ่นสมาร์ท นน.24กก.) และรุ่นที่พับเก็บได้ง่ายโดยไม่ต้องถอดอุปกรณ์ (เช่น รุ่นคอมแพค นน. 15.8กก และ รุ่นอินสปาย-S นน.21กก.) โดยรถเข็นไฟฟ้าซินเนอจีรุ่นที่น้ำหนักเบาที่สุดในปัจจุบันก็คือรุ่น แอร์วีล นน. 13.5กก. รวมถึงแบตเตอรี่ของรถเข็นไฟฟ้าด้วย ถ้าผู้ใช้ต้องการแบตเตอรี่ที่มีน้ำหนักเบาก็ควรเลือกแบบที่เป็นลิเธี่ยม ไอออน ซึ่งจะมีน้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ที่เป็นแบบกรดตะกั่ว และสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการพกพาขึ้นเครื่องบินก็ควรเลือกรุ่นที่สามารถถอดแบตเตอรี่ออกได้ง่าย และแบตเตอรี่มีน้ำหนักเบา เพราะเวลาเดินทางด้วยเครื่องบินนั้น ผู้ใช้ต้องถอดแบตเตอรี่ออกแล้วถือขึ้นเครื่องด้วย (เช่น รุ่นแอร์วีล และ รุ่นอินสปาย)

 

     หรือถ้าผู้ใช้ใช้ชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ในการพักผ่อนอยู่ที่บ้าน ไม่ค่อยได้เดินทางไปไหน และใช้เวลาอยู่บนรถเข็นเป็นเวลานานในแต่ละวัน ก็ควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าที่นั่งสบาย พนักพิงสูง มีหมอนรองคอ หรือสามารถปรับเอนนอนได้ (เช่นรุ่นเอ๊กซ์คลูซีฟ ปรับเอนนอนได้) หรือกระทั่งมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเช่นรีโมทสำหรับปรับพนักพิง และที่รองขาขึ้นลงได้ (เช่นรุ่น เอ๊กซ์คลูซีฟ ปรับเอนนอนด้วยรีโมทไฟฟ้า) เพื่อให้ผู้ใช้จะได้เปลี่ยนอิริยาบทในการนั่งบนรถเข็นไฟฟ้าเป็นระยะเวลานาน ป้องกันการเป็นแผลกดทับ หรือการปวดเมื่อยร่างกายจากการนั่งรถเข็นไฟฟ้าเป็นระยะเวลานาน

3. เลือกตามสมรรถนะของรถเข็นไฟฟ้า ผู้ใช้บางท่านต้องการใช้งานวิ่งบนทางเรียบ เช่นในห้างสรรพสินค้า หรือตามโรงพยาบาล ก็สามารถเลือกใช้งานรุ่นที่มีล้อขนาดเล็กได้ (ซึ่งจะทำรถเข็นล้อเล็กจะมีน้ำหนักเบากว่ารถเข็นล้อใหญ่) มอเตอร์และแบตเตอรี่ก็ไม่จำเป็นต้องมีกำลังสูงสุด ส่วนลูกค้าบางท่านต้องการใช้งานวิ่งบนทางขรุขระ หรือ พื้นถนนซีเมนต์ หรือวิ่งเป็นระยะทางไกลๆ ก็ควรเลือกรุ่นที่มีล้อขนาดใหญ่ มอเตอร์มีกำลังวัตต์มาก และ แบตเตอรี่ที่มีความจุมาก เช่นแบตเตอรี่ลิเธี่ยมแบบ 20Ah (เช่นรุ่น เอ๊กซ์คลูซีฟ, สมาร์ท และสแตนดาร์ด สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้เป็นแบบลิเธี่ยม 20Ah ได้) เป็นต้น ส่วนผู้ใช้รถเข็นไฟฟ้าที่มักจะใช้งานขับขี่บนทางลาดทางชัน ก็ควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าที่มีระบบเบรกไฟฟ้า เพราะตัวเบรกไฟฟ้าจะทำงานเมื่อรถเข็นไฟฟ้าหยุด รถจะไม่ไหล จึงช่วยเพิ่มความปลอดภัยเมื่อขับขี่บนทางลาดทางชันได้อย่างดี

สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการรถเข็นไฟฟ้าที่บังคับได้หลายระบบ เช่น ใช้ระบบไฟฟ้าบังคับและยังสามารถใช้มือเข็นเองได้ด้วย ก็ต้องเลือกเป็นรุ่นที่ใช้งานได้ 3 ระบบ (เช่นรุ่น สแตนดาร์ด 3 ระบบ)

 

4. เลือกตามราคา รถเข็นไฟฟ้าซินเนอจีมีหลายรุ่น หลายราคา มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 2หมื่นกว่าบาท (เช่น รุ่นสมาร์ท โครงสร้างคาร์บอนสตีล และ สแตนดาร์ด โครงสร้างคาร์บอนสตีล) และรุ่นที่มีราคาปานกลาง 3 หมื่นต้นๆ (รุ่นสมาร์ท และ รุ่นสแตนดาร์ด โครงสร้างอลูมิเนียม) จนไปถึงรุ่นที่มีราคาสูง 5-6หมื่นกว่าบาท ซึ่งรถเข็นที่มีราคาสูงก็จะมีคุณสมบัติ และมีสมรรถนะในการขับขี่สูงกว่า (เช่นรุ่น อินสปาย-Eอินสปาย–S) ลูกค้าก็สามารถเลือกตามงบประมาณของลูกค้าได้

ตารางเปรียบเทียบรุ่นของรถเข็นไฟฟ้า Synergy

ข้อควรระวังในการใช้รถเข็นไฟฟ้า
หลังจากที่ท่านเลือกรถเข็นไฟฟ้าได้แล้ว ควรคำนึงถึงความปลอดภัยระหว่างการใช้งาน และควรใช้งานรถเข็นไฟฟ้าอย่างเหมาะสม ท่านสามารถดูข้อควรระวังหรือวิธีใช้งานอย่างถูกต้อง โดยอ่านในคู่มือของรถเข็นไฟฟ้าก่อนการใช้งาน

ข้อแนะนำเบื้องต้นในการใช้รถเข็นไฟฟ้าซินเนอจีมีดังนี้;

  • ท่านควรสวมเข็มขัดนิรภัยระหว่างการใช้งานเสมอ

  • ท่านควรระวังแขนหรือขาไม่ให้ยื่นออกจากตัวรถเข็นไฟฟ้าระหว่างที่ท่านขับขี่ด้วยความเร็ว เพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากกระแทกกับสิ่งกีดขวาง

  • ควรชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มก่อนใช้งานเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้รถเข็นไฟฟ้านั้นแบตหมดระหว่างทาง

  • ก่อนขึ้นหรือลงจากรถเข็นไฟฟ้า ควรดูให้แน่ใจว่าท่านได้ปิดเครื่องแล้ว และแนะนำให้เข้าเบรกมือทุกครั้งก่อนการขึ้นลงเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากรถไหล

  • ระวังเด็กที่อาจเผลอมาเล่นจอยสติ๊กควบคุม ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

  • ในระหว่างขับขี่ออกนอกบ้านหรือสถานที่พัก ควรดูให้แน่ใจว่าทางที่ท่านวิ่งไปนั้นไม่มีอุปสรรค เช่นหลุมลึก ,ทางลาดมาก หรือแม้กระทั่งยานพาหนะที่วิ่งบนทางที่ท่านขับขี่

  • ไม่ควรขับขี่ในที่มืด บริเวณที่มีอากาศชื้นหรือมีฝนตก เนื่องจากรถเข็นไฟฟ้านั้นเป้นอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเลคโทรนิค จึงไม่ควรให้รถเข็นไฟฟ้าโดนน้ำ ซึ่งจะทำให้เกิดการช็อตเสียหายได้


     ศูนย์รถเข็นไฟฟ้า Synergy ไทยแลนด์ ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ไว้ใจเลือกใช้รถเข็นไฟฟ้าซินเนอจี ขอให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัย สุขภาพแข็งแรงและมีความสุขนะคะ

call-button.png
addline-button.png

รถเข็นไฟฟ้า

รถเข็นไฟฟ้า
รถเข็นไฟฟ้า
รถเข็นผู้ป่วยไฟฟ้า
วีลแชร์ไฟฟ้า
วีลแชร์ไฟฟ้า
วีลแชร์ไฟฟ้า

รถเข็นผู้ป่วย (เข็นมือ)

รถเข็นผู้ป่วยพับได้
รถเข็นผู้ป่วยแบบพกพา
รถเข็นพยุงเดิน
รถเข็นอาบน้ำ
รถเข็นปรับนอน
รถเข็นนั่งถ่ายปรับนอนได้

โชว์รูมรถเข็นไฟฟ้า ซินเนอจี ไทยแลนด์ Synergy Thailand บางแค ยินดีต้อนรับทุกท่าน

ขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่าน ที่มอบความไว้วางใจเลือกใช้รถเข็นไฟฟ้า Synergy

เราดีใจที่ได้ให้บริการลูกค้าทุกท่าน เพราะหน้าที่ของเราคือดูแลท่านตลอดการใช้งาน

call-button.png
addline-button.png
ปุ่มดูแผนที่.png

บทความน่ารู้ 

29 ต.ค. 61

วิธีการใช้งานวีลแชร์ไฟฟ้าอย่างถูกต้อง

                ในปัจจุบันวีลแชร์ไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์มาก ในการช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันให้กับผู้ที่มีปัญหาทางด้านการเดิน เช่น เป็นผู้สูงอายุ คนชรา ผู้ป่วย ผู้พิการแบบชั่วคราว และ ถาวร หรือแม้กระทั่งผู้ป่วยที่เกิดจากการบาดเจ็บเพียงระยะเวลาสั้นๆ  แต่ไม่ว่าด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้ใช้งานรถวีลแชร์ไฟฟ้า ผู้ป่วยเอง หรือเป็นผู้ดูแล จะต้องเรียนรู้การใช้งานรถวีลแชร์ไฟฟ้าให้ถูกวิธี เพื่อความปลอดภัยสูงสุดสำหรับผู้ป่วย ผู้ใช้งาน หรือผู้ดูแล

                ในการตัดสินใจเลือกใช้รถวีลแชร์ไฟฟ้า  สิ่งที่เราจะต้องคำนึงถึงมากที่สุดคือความเหมาะสมกับสรีระ และน้ำหนักตัวของ ผู้ป่วยกับขนาดของรถเข็น  เพราะฉะนั้นการเลือกซื้อรถเข็นถ้าเป็นไปได้ ควรที่จะต้องพาผู้ป่วยไปเลือกซื้อด้วยตัวเองจะเป็นการดีที่สุด   เพื่อผู้ป่วยจะได้ทดลองนั่งและลองเคลื่อนไหวร่างกายบนรถวีลแชร์ไฟฟ้าว่ามีความสะดวกสบายในการนั่ง  การเคลื่อนไหว  รวมไปถึงสามารถใช้งานฟังค์ชั่นต่างๆได้สะดวกหรือไม่  เนื่องจากผู้ป่วยเป็นคนที่จะต้องใช้งานรถวีแชร์ตลอดเวลา ในขณะที่ผู้ดูแลมีหน้าที่คอยดูแลช่วยเหลือระหว่างการใช้งาน  เพราะฉะนั้นวิธีการที่เหมาะสมที่สุดคือการที่จะต้องให้ผู้ป่วยเป็นคนเลือกรถวีลแชร์ไฟฟ้าด้วยตัวเองจึงเหมาะที่สุด

                วีลแชร์ไฟฟ้า หรือ รถเข็นไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์ ในการอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน ของผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการเดิน ไม่ว่าจะเป็นคนชรา  คนพิการ  หรือแม้กระทั่งผู้ป่วยที่ไม่สามารถเดินได้ด้วยตัวเอง  สิ่งที่ผู้ใช้งานวีลแชร์ไฟฟ้าทุกคนต้องเรียนรู้และต้องให้ความสำคัญมากที่สุดคือเรื่องของความปลอดภัยในการใช้งาน หรือในการขับขี่รถวีลแชร์ไฟฟ้าจะต้องเน้นหนักในเรื่องของความปลอดภัยเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นลงจากรถเข็นไฟฟ้า ต้องตรวจสอบถุกครั้งที่ว่ารถเช็นไฟฟ้าได้มีการล็อคล้อเอาไว้แล้ว เพื่อให้รถไม่ไหล ไม่เกิดอุบัติเหตุ และเวลาขับขี่ใช้งานก็ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างใช้งานด้วย

29 ต.ค. 61

การดูแลรักษารถเข็นไฟฟ้า

            การดูแลรักษารถเข็นไฟฟ้า ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งมาตรฐานในการเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานโดยเฉพาะผู้ป่วยที่จำเป็นจะต้องใช้รถเข็นในการเคลื่อนที่ตลอดเวลา  ซึ่งโดยปกติแล้วตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญมักจะให้หลักคิดสำคัญแก่ผู้ใช้งานรถเข็นทุกคนนั่นคือ ห้ามใช้รถเข็นที่เราไม่มั่นใจในความปลอดภัยรวมถึงเราจะต้องไม่ใช้รถเข็นที่ไม่มีความสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะการใช้งานรถเข็นที่ไม่มีความพร้อมถือว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูงมาก และนั่นย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยทุกคน

                โดยปกติแล้วรถเข็นไฟฟ้ามักจะมีข้อควรระวังมากที่สุดคือการชาร์จแบตเตอรี่อย่างถูกวิธี เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด  รถเข็นไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆมีประสิทธิภาพในการเก็บแบตเตอรี่สูงสุด  ซึ่งการชาร์จ 1 ครั้งจะทำให้เราสามารถใช้งานได้ไกลถึง 20 กิโลเมตร  เพราะฉะนั้นเพื่อให้เราสามารถคำนวณระยะเวลาในการเดินทางและการใช้งานรถเข็นอย่างต่อเนื่องจึงควรชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มทุกครั้ง  การดูแลและซ่อมบำรุงตามอายุการใช้งานของอะไหล่แต่ละชิ้น  ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่  ล้อยาง  ระบบไฮดรอลิคที่จะทำหน้าที่ในการยกและเอน เบาะรองนั่งและพนักพิง  รวมไปถึงระบบห้ามล้อหรือเบรคที่จะต้องหยุดรถเข็นได้ทันทีด้วยความนุ่มนวล  นอกจากนี้ยังมีการดูแลรักษาแบบทั่วไป โดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับระบบการขับเคลื่อนเช่นการทำความสะอาดเบาะรองนั่งและปลอกหุ้มอย่างสม่ำเสมอ  ควรที่จะทำความสะอาด ทั้ง 4 ล้อ รวมไปถึงตัวรถเข็นในส่วนอื่นๆ ทุก 1-2 สัปดาห์  เพราะสิ่งสกปรกอาจจะเข้าไปอุดตัน หรือ ขัดขวางการทำงาน และก่อให้เกิดความผิดพลาดของฟันเฟือง กลไกและระบบต่างๆของรถเข็นไฟฟ้า อันจะส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้ทั้งสิ้น และควรจะมีการหยอดน้ำมันหล่อลื่นตามข้อต่อต่างๆตามคำแนะนำในคู่มือการใช้ เพื่อบำรุงรักษาให้รถเข็นไฟฟ้ามีสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา

                นอกจากนี้ถ้าเป็นรถเข็นไฟฟ้าที่ใช้ล้อแบบเติมลม เพื่อลดแรงกระแทกได้อย่างยอดเยี่ยมจำเป็นที่จะต้องมีการตรวจสภาพของลมยางอย่างต่อเนื่องก่อนใช้งานทุกครั้ง อย่าปล่อยให้ยางแบนเพราะจะทำให้รถเข็นเสียการทรงตัวได้ง่าย หากเป็นยางรถเข็นแบบตัน ก็ควรที่จะตรวจสอบยางให้สะอาด อยู่ในสภาพพร้อมใช้ และถ้าพบเห็นความผิดปกติของล้อทั้ง 4 ล้อไม่ว่าจะเป็นกรณีใดก็ตามไม่ควรที่จะเอารถเข็นออกไปใช้งาน แต่ควรที่จะซ่อมแซมให้รถมีสภาพความพร้อม 100% เสียก่อนจึงจะเอาออกไปใช้งานได้

29 ต.ค. 61

ข้อควรระวังในการใช้รถเข็นผู้ป่วยไฟฟ้า

หลังจากที่ท่านเลือกรถเข็นผู้ป่วยไฟฟ้าได้แล้ว ควรคำนึงถึงความปลอดภัยระหว่างการใช้งาน และควรใช้งานรถเข็นผู้ป่วยไฟฟ้าอย่างเหมาะสม ท่านสามารถดูข้อควรระวังหรือวิธีใช้งานอย่างถูกต้อง โดยอ่านในคู่มือของรถเข็นผู้ป่วยไฟฟ้าก่อนการใช้งาน

ข้อแนะนำเบื้องต้นในการใช้รถเข็นผู้ป่วยไฟฟ้าซินเนอจีมีดังนี้;

  • ท่านควรสวมเข็มขัดนิรภัยระหว่างการใช้งานเสมอ

  • ท่านควรระวังแขนหรือขาไม่ให้ยื่นออกจากตัวรถเข็นผู้ป่วยไฟฟ้าระหว่างที่ท่านขับขี่ด้วยความเร็ว เพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากกระแทกกับสิ่งกีดขวาง

  • ควรชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มก่อนใช้งานเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้รถเข็นไฟฟ้านั้นแบตหมดระหว่างทาง

  • ก่อนขึ้นหรือลงจากรถเข็นผู้ป่วยไฟฟ้า ควรดูให้แน่ใจว่าท่านได้ปิดเครื่องแล้ว และแนะนำให้เข้าเบรกมือทุกครั้งก่อนการขึ้นลงเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากรถไหล

  • ระวังเด็กที่อาจเผลอมาเล่นจอยสติ๊กควบคุม ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

  • ในระหว่างขับขี่ออกนอกบ้านหรือสถานที่พัก ควรดูให้แน่ใจว่าทางที่ท่านวิ่งไปนั้นไม่มีอุปสรรค เช่นหลุมลึก ,ทางลาดมาก หรือแม้กระทั่งยานพาหนะที่วิ่งบนทางที่ท่านขับขี่

29 พ.ย. 61

รถเข็นไฟฟ้าราคาถูก VS รถเข็นไฟฟ้าราคาสูง

เนื่องจากในปัจจุบันรถเข็นไฟฟ้าซินเนอจี มีหลากรุ่นหลายราคา ผู้ซื้อจึงอาจจะสงสัยว่าควรจะซื้อรถเข็นไฟฟ้าในช่วงราคาเท่าไรจึงจะเหมาะสม วันนี้เราจึงมาเปรียบเที่ยบรุ่นของรถเข็นไฟฟ้าราคาถูก และรถเข็นไฟฟ้าราคาสูงว่า จะมีอะไรแตกต่างกันบ้าง เพื่อเป็นแนวทางให้ท่านผู้ซื้อได้ตัดสินใจซื้อรถเข็นไฟฟ้า Synergy ได้ง่ายขึ้น

รถเข็นไฟฟ้าทั่วไปในท้องตลาดมีราคาตั้งแต่ราว 2 หมื่นบาท จนไปถึง แสนกว่าบาท แต่ ณ.ปัจจุบัน รถเข็นไฟฟ้า Synergy นั้นมีราคาสูงสุดคือรุ่น Inspire มีราคาอยู่ที่ 5-6 หมื่นกว่าบาท ซึ่งแบ่งแยกออกไปอีก 3รุ่นย่อย

ปัจจัยหลักๆที่มีผลต่อราคาของรถเข็นไฟฟ้าคือ

  1. วัสดุ: วัสดุที่ใช้ทำเป็นโครงสร้างของรถเข็นไฟฟ้า Synergy นั้นมี 2 แบบหลักๆ คือ แบบคาร์บอนสตีล หรือ เหล็กคาร์บอน ก็คือโครงสร้างจะมีเหล็กเป็นส่วนผสมหลัก ซึ่งรถเข็นที่มีราคาถูกก็มักจะมีโครงสร้างแบบนี้ ข้อเสียของวัสดุเหล็กคาร์บอนก็คือจะมีน้ำหนักมาก และมีโอกาศเป็นสนิม ส่วนวัสดุอีกแบบนึงคือ อลูมิเนียม อัลลอย ซึ่งเป็นโครงสร้างที่มีต้นทุนการผลิตสูงกว่าแบบเหล็กคาร์บอนพอสมควร แต่คุณสมบัติของอลูมิเนียมอัลลอยก็จะมีข้อดีกว่าเหล็กคาร์บอนหลายอย่างเช่น มีน้ำหนักเบากว่ามาก มีความแข็งแรงพอๆกัน และที่สำคัญคือไม่เป็นสนิม

  2. รูปแบบหรือดีไซน์เพื่อความสะดวกในการใช้งาน: รถเข็นไฟฟ้าราคาถูกมักจะมีรูปแบบหรือดีไซน์เก่า ซึ่งจะมีความสะดวกในการใช้งานน้อยกว่ารุ่นใหม่ เช่นการพับรถเข็นไฟฟ้า การพกพา รถเข็นไฟฟ้าราคาถูกมักจะมีขั้นตอนในการพับ โดยต้องถอดอุปกรณ์เช่น แบตเตอรี่ออกก่อน พับแล้วก็จะมีขนาดใหญ่ ไม่กะทัดรัดเหมือนกันรุ่นที่มีราคาสูงซึ่งออกแบบดีไซน์ให้มีขนาดเล็ก และมีขั้นตอนในการพับน้อยกว่า คือไม่ต้องถอดอุปกรณ์ใดๆ สามารถพับแล้วยกใส่ท้ายรถได้เลย

30 พ.ย. 61

การพกพารถเข็นไฟฟ้าไปใช้นอกสถานที่

การเตรียมตัวที่จะนำรถเข็นไฟฟ้าแบบพกพาไปใช้นอกสถานที่  ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะในการเดินทางนั้นต้องมีความสะดวกแล้วยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้รถเข็น ซึ่งอาจเป็นผู้ป่วย หรือผู้สูงอายุ คนชราด้วย การศึกษาหาข้อมูลล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งจำเป็น

                เริ่มต้นตั้งแต่การเลือกรถเข็นไฟฟ้าก็ควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าพับได้ พับได้โดยไม่มีขั้นตอนมากจนเกินไป และมีขนาดกระทัดรัดสามารถบรรทุกใส่ท้ายรถได้ มีน้ำหนักเบา รถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบานั้นจำเป็นจะต้องมีแบตเตอรี่น้ำหนักเบาด้วย ซึ่งแบตเตอรี่ก็ควรใช้แบบลิเธี่ยม ไอออน ซึ่งจะมีน้ำหนักเบากว่าแบตเตอรี่ที่เป็นแบบกรด-ตะกั่วมาก น้ำหนักของรถเข็นไฟฟ้าพับได้ไม่ควรเกิน 22 กก. หรือไม่ควรเกินกำลังของผู้ดูแลที่เดินทางไปด้วย เพราะผู้ดูแลต้องยกรถเข็นไฟฟ้าขึ้นและลงจากรถ ถ้าน้ำหนักมากเกินไปอาจทำให้ผุ้ดูแลบาดเจ็บจากการยกขึ้น-ลงได้

                การเตรียมตัวในเรื่องการเดินทางก็เป็นสิ่งสำคัญ เช่น ควรศึกษาสถานที่ที่จะไป โดยการสอบถามล่วงหน้า เช่นสถานที่ที่จะไปควรมีทางลาดสำหรับรถเข็นไฟฟ้า เพื่อขึ้นทางต่างระดับ หรือบันไดทางเข้า เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางสำหรับรถเข็นไฟฟ้า ลิฟต์สำหรับผู้ใช้รถเข็น รวมไปถึงห้องน้ำสำหรับผู้ป่วยและผู้สูงอายุก็สำคัญ ต้องมีประตูกว้างสำหรับให้รถเข็นไฟฟ้าขับเข้า-ออกได้ ควรสอบถามเจ้าของสถานที่ล่วงหน้าก่อนการเดินทาง

                การตรวจดูความเรียบร้อย หรือความพร้อมในการใช้งานของรถเข็นไฟฟ้าพับได้ที่นำไปใช้ก็สำคัญเช่นกัน ควรตรวจสอบปริมาณแบตเตอรี่ว่ามีแบตเตอรี่เพียงพอสำหรับการเดินทางรึเปล่า ควรชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มก่อนการเดินทางไกล หรือต้องใช้รถเข็นไฟฟ้าพับได้เป็นเวลานาน และเช็คสภาพอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง เช่นตัวควบคุม ว่าใช้ง่ายได้ปกติ เช็คมอเตอร์ว่าใช้งานได้ปกติไม่มีเสียงดังหรือมีอาการเอียงซ้ายหรือขวา

1 ธ.ค. 61

วิธีดูแลผู้ป่วยติดเตียง หรือ ติดรถวีลแชร์

วิธีดูแลผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ป่วยที่ติดรถวีลแชร์  เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องใช้ความรู้และความเข้าใจเป็นพิเศษ  เนื่องจากผู้ป่วยไม่สามารถที่จะดูแลตัวเองได้  จำเป็นที่จะต้องมีผู้ดูแลตลอดเวลา เพราะฉะนั้นวิธีการปฏิบัติตัวในการดูแลผู้ป่วยประเภทนี้จึงจำเป็นที่จะต้องใช้ความรู้และความเข้าใจเป็นอย่างมาก  เพื่อจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับผลการรักษาทั้งทางร่างกาย และการรักษาสภาพจิตใจของผู้ป่วยอีกด้วย

                โดยปกติแล้วปัญหาหลักๆของผู้ป่วยติดเตียง หรือติดรถวีลแชร์คือ ปัญหาเกี่ยวกับกระดูกและกล้ามเนื้อเป็นหลัก  และสิ่งที่เราพูดถึงกันบ่อยที่สุดคือปัญหาของการเกิดแผลกดทับ แม้ว่าจะมีเตียงผู้ป่วยที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับโดยเฉพาะแต่การนอนติดเตียงเป็นระยะเวลานานๆ  ก็ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงอาการเหล่านี้ได้100 เปอร์เซ็นต์  นอกเสียจากว่า เราจะมีวิธีการรับมือกับปัญหาเหล่านี้ได้ดีกว่า

                โดยปกติ แล้วปัญหาหลักของผู้ป่วยติดเตียง หรือติดรถวีลแชร์คือ การนอนในท่าเดิมนานๆ เพราะฉะนั้นวิธีการป้องกันการเกิดปัญหาที่ง่ายที่สุดคือ การเปลี่ยนท่านอนให้ผู้ป่วยทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้มีส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเกิดการเสียดสีกับเตียงหรือรถวีลแชร์ หรือมีแรงกดทับเป็นเวลานานๆจนก่อให้เกิดเป็นแผลกดทับได้ แต่ถ้าพบว่า เปลี่ยนท่านอนแล้ว รอยแดงๆบนผิวหนังไม่หายไปภายใน 30 นาที ก็อาจปรับเวลาในการเปลี่ยนท่านอนในระยะเวลาสั้นขึ้น จะช่วยให้ปัญหาแผลกดทับเกิดขึ้นได้น้อยลงมากทีเดียว และควรจัดสรีระของร่างกายให้อยู่ในท่าที่สบายที่สุด เช่น การจัดท่านอนตะแคง ควรให้บริเวณสะโพก  เข่า และข้อเท้า ทำมุมพอเหมาะ ไม่งอมากเกินไป และไม่ควรเหยียดตึงเกินไป และควรมีหมอนใบเล็กๆรองบริเวณกระดุกที่สัมผัสกับที่นอนโดยตรง เพื่อลดแรงกด ถ้านอนหงาย ก็ให้ใช้หมอนรองใต้น่อง เพื่อให้เท้าลอยขึ้นมาเหนือพื้น   นอกจากนี้เรายังต้องจัดท่านอนให้ศีรษะสูงขึ้นเพื่อป้อนอาหาร หลังจากนั้น 30 นาที ก็ให้ปรับศีรษะลงในท่าที่สูงประมาณ 30 องศา ซึ่งเป็นท่าปกติ

1 ธ.ค. 61

จะเลือกใช้รถเข็นผู้ป่วยล้อเล็กหรือล้อใหญ่ดี?

ผู้ซื้อรถเข็นผู้ป่วยจำนวนมากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับรถเข็นผู้ป่วยล้อเล็กหรือล้อใหญ่ว่าอย่างไหนดีกว่ากัน แล้วมันแตกต่างกันอย่างไร แล้วจะเลือกให้เหมาะกับการใช้งานอย่างไร

ล้อในที่นี้ที่จะพูดถึงก็คือล้อหลังของรถเข็นผู้ป่วยซึ่งมักจะมีให้เลือก 2 ขนาด คือขนาดเล็กและใหญ่

ก่อนอื่นต้องขอพูดถึงขนาดล้อของรถเข็นผู้ป่วยก่อนว่ามีกี่ขนาด โดยปกติแล้วรถเข็นผู้ป่วยจะมีล้อหน้าขนาดเล็กกว่าล้อหลัง ขนาดโดยส่วนมากที่พบก็คือ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6นิ้ว ถึง 8นิ้ว ส่วนล้อหลังก็จะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 12นิ้ว ถึง 24นิ้ว ส่วนใหญ่แล้วรถเข็นผู้ป่วยที่มีล้อหน้าขนาดใหญ่ก็มักจะมีล้อหลังขนาดใหญ่ตาม เนื่องจากขนาดของล้อมีผลต่อความสูงของที่นั่ง เพราะฉะนั้นขนาดของล้อหน้ากับล้อหลังจึงต้องสัมพันธ์กัน

ข้อดีของรถเข็นผู้ป่วย หรือแม้แต่ รถเข็นไฟฟ้า ที่มีล้อขนาดใหญ่ ก็คือเวลาเข็นหรือเวลาที่ผู้นั่งหมุนล้อเพื่อเข็นรถเข็นเอง จะทำได้ง่ายกว่ารถเข็นผู้ป่วย หรือรถเข็นไฟฟ้าที่มีล้อขนาดเล็ก เนื่องจากเวลาเข็นแล้วล้อจะหมุน พอล้อหมุนแล้วก็จะมีแรงส่ง ซึ่งล้อใหญ่จะมีแรงส่งมากกว่าล้อเล็ก จึงทำให้รถเข็นผู้ป่วย หรือรถเข็นไฟฟ้าที่มีล้อใหญ่เข็นได้ลื่น และใช้แรงน้อยกว่าในการเข็นหลังจากที่รถเข็นเริ่มเคลื่อนที่แล้ว

ข้อดีอีกอย่างนึงของรถเข็นผู้ป่วยที่มีล้อหลังขนาดใหญ่ก็คือ มีวงแหวนช่วยเข็นติดอยู่กับล้อ ซึ่งตัววงแหวนช่วยเข็นนั้นออกแบบมาสำหรับให้ผู้นั่งรถเข็นหมุนล้อเพื่อเข็นรถเข็นเอง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความอิสระ และลดภาระให้กับผู้ดูแลได้ และนอกจากนั้นผู้ใช้บางท่านก็ใช้เพื่อการออกกำลังกายโดยหมุนล้อเพื่อเข็นรถเข็นด้วยตนเอง

2 ธ.ค. 61

วิธีการนำรถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบิน

หลายๆท่านยังมีความสงสัยเกี่ยวกับการนำรถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบิน และยังไม่เข้าใจกฏเกณฑ์หรือข้อบังคับต่างๆ เกี่ยวกับการนำรถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบิน หรือวิธีจัดการกับแบตเตอรี่ว่าต้องทำอย่างไร บทความนี้จะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อที่จะใช้ในการเตรียมตัวสำหรับผู้ใช้รถเข็นไฟฟ้าที่ต้องการนำรถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบินไปด้วยในการเดินทางเพื่อใช้อำนวยความสะดวกในการท่องเที่ยวหรือทำงาน

 

ทั้งนี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะรถเข็นไฟฟ้าหรือวีลแชร์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่แบบลิเธี่ยม ไอออน เท่านั้นเพราะรถเข็นไฟฟ้าที่ใช้พกพาส่วนใหญ่ จะเป็นรถเข็นไฟฟ้าที่มีน้ำหนักเบา และรถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบาส่วนใหญ่จะใช้แบตเตอรี่แบบลิเธี่ยม ไอออน แบบถอดได้

 

ข้อมูลจากทางสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท. CAAT) ได้แจ้งว่า รถเข็นวีลแชร์ ทั้งแบบเข็นด้วยตัวเองและแบบใช้พลังงานโดยแบตเตอรี่สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ โดยตัวรถเข็นวีลแชร์นั้นต้องโหลดใต้ท้องเครื่องบิน (Check-in Baggage) แต่มีข้อแม้ว่าต้องถอดแบตเตอรี่ออกจากตัวรถก่อน จากนั้นผู้โดยสารสามารถส่งรถเข็นวีลแชร์ได้ที่เคาน์เตอร์เช็คอินของสายการบินที่เดินทางหรือสามารถใช้รถเข็นวีลแชร์ของตนเองได้จนถึงประตูขึ้นเครื่องบิน (Gate) และส่งมอบให้พนักงานของสายการบินนำไปโหลดใต้ท้องเครื่องบินต่อไป (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของสายการบิน) แต่ละสายการบินจะมีกฎระเบียบที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ผู้ใช้รถเข็นไฟฟ้าที่ต้องการนำรถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบินมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องโทรสอบถามข้อมูลต่างๆให้ละเอียดก่อนการเดินทาง

 

ทางสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท. CAAT) ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติม สำหรับรถเข็นไฟฟ้า ที่ใช้แบตเตอรีลิเธียมไอออน ว่า ผู้โดยสารต้องแสดงหลักฐานว่าแบตเตอรี่ ลิเธี่ยม ไอออนนั้นได้ผ่านการทดสอบตามคู่มือการทดสอบและหลักเกณฑ์ของสหประชาชาติ (Battery Test Documents) ซึ่งท่านสามารถข้อได้จากผู้ขายรถเข็นไฟฟ้า

16 ธ.ค. 61

วิธีเลือกรถเข็นไฟฟ้า “เอาแบบยางลมหรือยางตันดี?”

รถเข็นไฟฟ้า หรือรถวีลแชร์ไฟฟ้าในท้องตลาด นั้นมีหลายรุ่นหลายแบบ มีอ็อปชั่นให้ผู้ใช้เลือกมากมาย และอ็อปชั่น หรือคุณสมบัติอีกอย่างนึงที่ต้องคำนึงถึงอย่างมากก็คือ “ยาง” รถเข็นไฟฟ้านั้นเป็นพาหนะอย่างนึงซึ่งใช้มอเตอร์ , ล้อและยางทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนตัวรถ และล้อกับยางนั้นทำหน้าที่ในการยึดเกาะถนน และทำหน้าที่ซับแรกกระแทกที่เกิดขึ้นเวลาที่รถขับเคลื่อนไปบนท้องถนน

หลายท่านคงพอทราบแล้วว่ายางของรถเข็นไฟฟ้า หรือ รถวีลแชร์ไฟฟ้านั้นมีให้เลือก 2 แบบหลักๆ คือ

 

1) ยางเติมลม pneumatic tires / inflatable tires เหมือนยางที่เราคุ้นเคยกันดีในจักรยาน จะมียางนอก และยางใน มีจุ๊บโลหะที่เอาไว้สูบลมเข้าไป ข้อดีของยางประเภทนี้ คือยางประเภทนี้มีความนุ่มนวลเวลารถเข็นไฟฟ้าขับขี่ไปบนท้องถนน เนื่องจากในยางนั้นมีลมอัดอยู่จึงทำให้ตัวยางพองออก โดยลมทำให้ยางมีความยืดหยุ่นและมีคุณสมบัติซับแรงกระแทกได้ดี เวลารถเข็นไฟฟ้าขับขี่ไปบนทางที่ขรุขระก็จะช่วยซับแรงกระแทก หรือลดแรงกระแทกจากถนนไปที่ผู้นั่งได้ดี และข้อดีอีกอย่างนึงของยางประเภทนี้ก็คือหาเปลี่ยนได้ไม่ยากและราคาไม่แพง แต่ข้อเสียที่หลายๆคนไม่ชอบเลยก็คือยางประเภทนี้จะต้องคอยตรวจเช็คแรงดันลม, คอยเติมลมไม่ใช้ยางแบนเป็นระยะๆ หรือคอยดูว่ายางอยู่ในสภาพดีไม่รั่วซึม และถ้ายางมีการรั่วซึมผู้ใช้ก็ต้องนำรถไปให้ร้านยางปะหรือเปลี่ยนให้

แบบที่

 

2) ยางตัน solid tires ยางตันส่วนใหญ่ของรถเข็นไฟฟ้า หรือวีลแชร์ไฟฟ้านั้นทำจากวัสดุ PU หรือ  polyurethane เป็นวัสดุที่ทำขึ้นมาให้มีรูปทรงคล้ายยางลม แต่ข้างในนั้นไม่มีลม เป็นยางทั้งอัน หรือ ทั้งก้อน ข้อดีของยางประเภทนี้ก็คือไม่ต้องเติมลม ไม่มีการรั่วซึม เพราะฉะนั้นก็จะไม่มีอาการยางแบน ตัวยางมีความยืดหยุ่นในระดับนึงจึงทำให้ซับแรกกระแทกได้ แต่ก็ไม่มากเท่ายางแบบเติมลม ผู้ใช้ รถเข็นไฟฟ้าส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ใช้รถเข็นไฟฟ้าวิ่งบนทางขรุขระมากนัก ก็มักจะเลือกยางตันเพราะไม่ต้องดูแลรักษามากเหมือนยางลม อายุการใช้งานก็นานกว่า แต่ข้อเสียก็คือ ยางตันซับแรงกระแทกได้น้อยกว่า และยิ่งถ้าเวลายางเริ่มเก่ายางก็จะมีความแข็งมากขึ้นด้วย ส่วนเรื่องการหาเปลี่ยนก็จะทำได้ยากกว่ายางแบบเติมลม ในการผลิตล้อแบบยางตันจะใช้เครื่องจักรเฉพาะสำหรับอัดยางที่ขึ้นรูปเป็นวงไว้แล้ว อัดลงไปในล้อโดยใช้แรงกดให้ยางเข้าไปในตำแหน่ง

18 ธ.ค. 61

ประโยชน์ของรถเข็นไฟฟ้าหรือวีลแชร์ไฟฟ้า

    รถเข็นไฟฟ้าหรือวีลแชร์ไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาทางด้านการเดินผู้ป่วยผู้สูงอายุหรือคนชราให้สามารถใช้ชีวิตประจำวัน ได้อย่างดีโดยที่สามารถช่วยลดภาระของผู้ดูแล เพราะผู้ใช้งานรถเข็นไฟฟ้าหรือวีลแชร์ไฟฟ้านั้น ผู้ใช้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในระดับหนึ่งคือสามารถบังคับรถเข็นไฟฟ้าหรือวีลแชร์ไฟฟ้าไปในที่ที่ตนเองต้องการ อย่างเช่นต้องการไปที่โต๊ะอาหารหรือต้องการไปที่ระเบียงหน้าบ้าน ก็สามารถทำได้เลยไม่ต้องเรียกผู้ดูแลมาเข็นรถเข็นวีลแชร์ให้ รถเข็นไฟฟ้านั้น มีประโยชน์ และมีข้อดี ที่สามารถบังคับหมุนรอบตัวเองได้ จึงทำให้สามารถใช้ในที่แคบๆอย่างเช่นห้องนอนหรือห้องรับประทานอาหาร ได้อย่างคล่องแคล่ว ผู้ป่วยหรือผู้ใช้งานสามารถบังคับตัวควบคุมหรือจอยสติ๊กได้ด้วยตัวเอง จึงทำให้มีความอิสระในการ ทำกิจวัตรประจำวัน หรือแม้กระทั่งทำกิจกรรมต่างๆ ในบ้านหรือบริเวณบ้าน นอกเหนือจากนั้นรถเข็นไฟฟ้าหรือวีลแชร์ไฟฟ้าหลายหลายรุ่น สามารถพกพา ไปใช้นอกสถานที่ได้จึงทำให้ผู้ป่วยหรือผู้ใช้งาน สามารถที่จะไปเที่ยวนอกบ้านได้อย่างสะดวก เพราะการที่ออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านนั้นจำเป็นต้องเดินเป็นระยะทางไกล ซึ่งก็จะเป็นอุปสรรคให้กับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ ทำให้ไม่สามารถ ออกไปทำกิจกรรมต่างๆนอกบ้านได้ ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ ต้องนอนติดเตียงหรือต้องอุดอู้อยู่แต่ในบ้าน ซึ่งมีผลต่อสุขภาพจิตใจ ทำให้ผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุนั้น มีจิตใจเศร้าหมองได้ เพราะฉะนั้นการที่ผู้ป่วยหรือ ผู้สูงอายุ สามารถออกไปทำกิจกรรมต่างๆนอกบ้านได้ จะเป็นเรื่องที่ดี ทั้งกับสุขภาพจิตใจและสุขภาพร่างกาย

    รถเข็นไฟฟ้าหรือวีลแชร์ไฟฟ้านั้นเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์มากทำให้ผู้ป่วยหรือผู้ใช้งานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถขับขี่รถเข็นไฟฟ้าไปทำกิจกรรมต่างๆยกตัวอย่างเช่นขับไปหาเพื่อนบ้าน ไปพูดคุยกับเพื่อนบ้าน ซึ่งก็จะทำให้ผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุนั้นไม่อุดอู้อยู่แต่ในบ้าน ทำให้ มีชีวิตชีวาและทำให้ผู้ป่วยมีกำลังใจ และมีผลให้ฟื้นไข้เร็วขึ้นอีกด้วย การบังคับขับขี่รถเข็นไฟฟ้าหรือวีลแชร์ไฟฟ้านั้นทำได้ไม่ยาก ตัวควบคุมหรือจอยสติ๊ก นั้น จะมีคันโยกใน การบังคับทิศทาง ซึ่งผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุก็สามารถทำความเข้าใจได้ง่ายและ รถเข็นไฟฟ้าหรือวีลแชร์ไฟฟ้าทุกรุ่น สามารถปรับความช้าหรือความเร็วได้ ผู้ดูแลจึงไม่ต้องกังวลว่าผู้ใช้งานจะขับขี่ด้วยความเร็วเกินไป และข้อดีของรถเข็นไฟฟ้าวีลแชร์ไฟฟ้าอีกอย่างหนึ่งก็คือความง่ายในการใช้งาน และง่ายในการดูแลรักษา

16 ธ.ค. 61

วิธีเลือกรถเข็นไฟฟ้า วีลแชร์ไฟฟ้า เพื่อใช้งานให้เหมาะสมกับผู้ใช้

รถเข็นไฟฟ้านั้นเป็นอุปกรณ์มีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านการเดิน เช่นผู้ป่วยเป็นโรคที่มีผลกระทบต่อการเดินหรือเคลื่อนไหว เช่น ผู้ป่วยเป็นโรคกระดูกทับเส้น, โรคหัวเข่าเสื่อม และโรคกระดูกพรุน และแม้กระทั่งคนแก่ คนชรา รถเข็นไฟฟ้านั้นจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ ทำให้ผู้ใช้สามารถเคลื่อนที่ไปตามที่ตัวเองต้องการ ลดการพึงพาผู้อื่น และช่วยผ่อนแรงให้กับผู้ดูแล และนอกจากนั้น ผู้ใช้ก็ยังสามารถพกพานำรถเข็นไฟฟ้าออกไปใช้นอกสถานที่ได้เพื่อเพิ่มความอิสระในการเดินทาง ด้วยการขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าโดยใช้มอเตอร์คู่ซ้าย-ขวา ควบคุมผ่านทางจอยสติ๊กออกแบบให้ใช้งานง่าย และใช้ไฟจากแบตเตอรี่ มีทั้งแบบกรดตระกั่ว (Lead Acid) และแบบลิเธี่ยมไอออน (Lithium-ion) รถเข็นไฟฟ้าจึงสามารถวิ่งได้ไกลหลายกิโลเมตร สามารถวิ่งได้ทั้งบนทางลาดชัน หรือบนทางที่ขรุขระ และการบังคับควบคุมก็สามารถทำได้ทุกทิศทาง รถเข็นไฟฟ้ามีวงเลี้ยวที่แคบจึงสามารถบังคับหมุนรอบตัวเองได้ ทำให้ผู้ใช้มีอิสระในการเดินทางมากขึ้น ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าวนั้นรถวีลแชร์แบบแมนนวลนั้นไม่สามารถทำได้

เนื่องจากรถเข็นไฟฟ้าในท้องตลาดนั้น มีหลายรุ่น หลายแบบ หลายราคา จนบางทีทำให้ผู้ซื้อตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลือกซื้อรถเข็นไฟฟ้า หรือวีลแชร์ไฟฟ้า แบบไหนดี ต้องเลือกอย่างไรหรือต้องดูตรงไหนบ้าง ดังนั้นในบทความนี้จึงได้สรุปวิธีเลือกซื้อรถเข็นไฟฟ้าหรือวีลแชร์ไฟฟ้า เป็น 4 ข้อหลักๆ ดังนี้;

 

1. เลือกตามขนาด รถเข็นไฟฟ้าในท้องตลาดนั้นมีมากมายหลายขนาด มีทั้งแบบที่มีขนาดที่นั่งขนาดเล็กประมาณ 40ซม.จนถึงรุ่นที่มีขนาดที่นั่งใหญ่ประมาณ 46-51ซม. และที่นั่งขนาดใหญ่พิเศษ 55ซม. (ขนาดที่นั่งได้อ้างอิงจากรุ่นต่างๆของรถเข็นไฟฟ้า Synergy 21รุ่น) วิธีเลือกก็ควรเลือกให้เหมาะสมกับขนาดตัวของผู้ใช้ ผู้ใช้ตัวเล็กหรือมีน้ำหนักเบา ก็ควรจะใช้รถเข็นไฟฟ้าที่มีขนาดที่นั่งเล็ก และถ้าผู้ใช้มีขนาดตัวใหญ่หรือน้ำหนักมาก ก็ควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าที่มีขนาดที่นั่งใหญ่ เพื่อให้นั่งสบายไม่อึดอัด

*ข้อแนะนำ: วิธีเลือกรถเข็นไฟฟ้าไม่ควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าที่มีที่นั่งขนาดใหญ่ให้กับผู้ใช้ที่มีขนาดตัวเล็กเพราะจะทำให้ในการใช้งานโดยเฉพาะเวลาขับขี่ตัวของผู้ใช้จะไม่กระชับกับที่นั่งซึ่งนั่นอาจทำให้ตัวของผู้ใช้โครงเครงในระหว่างที่ขับขี่เลี้ยวรถ หรือขับขี่บนทางขรุขระ

และเนื่องจากรถเข็นไฟฟ้ารุ่นที่มีที่นั่งขนาดใหญ่นั้นก็จะมีคุณสมบัติที่สามารถรับน้ำหนักได้เยอะ และตัวโครงสร้างก็จะใหญ่และมี่น้ำหนักมากกว่ารถเข็นไฟฟ้าที่มีที่นั่งขนาดเล็ก ตัวอุปกรณ์ไฟฟ้าและโครงสร้างก็จะมีการออกแบบมาให้รับน้ำหนักของผู้นั่งได้มากตามขนาดของที่นั่งด้วย เช่นรถเข็นไฟฟ้าที่มีขนาดที่นั่งใหญ่ก็จะมักจะมีมอเตอร์ที่มีกำลังมากกว่ารถเข็นไฟฟ้าที่มีขนาดที่นั่งเล็ก และแบตเตอรี่ของรถเข็นไฟฟ้าที่มีที่นั่งขนาดใหญ่ก็จะมีแบตเตอรี่ที่มีความจุไฟมากกว่า

20 ธ.ค. 61

แบตเตอรี่รถเข็นไฟฟ้า แบบกรดตะกั่วหรือแบบลิเธียมไอออน เลือกอย่างไรดี?

รถเข็นไฟฟ้าหรือวีลแชร์ไฟฟ้านั้น เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ เป็นประเภทที่สามารถชาร์จไฟใหม่ได้ rechargeable Battery โดยหลักๆแล้วจะมีแบตเตอรี่ ที่ใช้ในรถเข็นไฟฟ้าหรือวีลแชร์ไฟฟ้านั้นมี อยู่ 2 ชนิด

1. แบตเตอรี่แบบกรดตะกั่วแบบแห้ง คือไม่ต้องเติมน้ำกลั่น Dry Lead Acid Battery แบตเตอรี่ประเภทนี้นิยมใช้งาน ในอุปกรณ์ ไฟฟ้า ต่าง ๆ ที่มีการใช้ไฟอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอเช่น รถกอล์ฟ อุปกรณ์สำรองไฟ เช่นเครื่องสำรองไฟสำหรับคอมพิวเตอร์ UPS หรือสำหรับจักรยานไฟฟ้า แบตเตอรี่ประเภทนี้หา ได้ง่ายในท้องตลาด มีราคาไม่แพงและมีอายุการใช้งานนานพอสมควรประมาณ 1 ปีครึ่งถึง 2 ปีครึ่ง ในการใช้งานรถเข็นไฟฟ้าเป็นประจำทุกวัน ข้อดีอีกอย่างนึงของแบตเตอรี่ประเภทนี้ก็คือดูแลรักษาง่าย เรียกว่าแทบจะไม่ต้องดูแลอะไรเลยนอกจากการชาร์จแบตเตอรี่ไว้ให้เต็มอยู่เสมอ ข้อแนะนำในการใช้งานของแบตเตอรี่ประเภทนี้ก็คือ ควรชาร์จไฟแบตเตอรี่ให้ เต็มอยู่เสมอไม่ควรปล่อยให้ไฟในแบตเตอรี่หมดแล้วทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน จะทำให้แบตเตอรี่ไม่สามารถเก็บไฟได้เนื่องจากมีสารซัลเฟตไปเกาะอยู่ที่แผ่นตะกั่ว เป็นสาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมในที่สุด ทั้งนี้ท่านสามารถศึกษาการ การดูแลรักษารถเข็นไฟฟ้า ได้ในส่วนของบทความ แบตเตอรี่ประเภทนี้มีข้อเสียก็คือมีน้ำหนักมาก แบตเตอรี่กรดตะกั่วที่ใช้ในรถเข็นไฟฟ้า จะมีน้ำหนักอยู่ประมาณ 5 กิโลกรัมจนไปถึง 20 กิโลกรัมเลยทีเดียว อันนี้จะขึ้นอยู่กับปริมาณความจุของแบตเตอรี่ยิ่งความจุมากก็จะมีปริมาณตะกั่วมากซึ่งทำให้น้ำหนักของแบตเตอรี่ มากขึ้นตามลำดับ

2.แบตเตอรี่แบบลิเธี่ยมไอออน lithium ion แบตเตอรี่ประเภทนี้เป็นแบตเตอรี่ที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบัน โดยเฉพาะการใช้แบตเตอรี่ประเภทนี้ในรถยนต์พลังงานไฟฟ้า จุดเด่นของแบตเตอรี่แบบลิเธี่ยมไอออน lithium ion ที่เหนือกว่าแบตเตอรี่ทั่วไปตระกูลนิกเกิลและกรดตะกั่ว คือมีประสิทธิภาพในการจุพลังงานไฟฟ้าและมีกำลังไฟฟ้าที่สูง อัตราการสูญเสียประจุระหว่างไม่ใช้งาน (Self-discharge rate) ต่ำ และมีความปลอดภัยค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ที่ใช้โลหะลิเธี่ยมเป็นขั้วไฟฟ้า นอกจากประสิทธิภาพในเรื่องของการจุพลังงานไฟฟ้าแล้ว แบตเตอรี่ประเภทนี้มีข้อดีคือจะมีขนาดเล็กและมีน้ำหนักเบากว่าแบตเตอรี่แบบกรดตะกั่วพอสมควร เรียกว่ามีขนาดเล็กกว่าและเบากว่า มากกว่าเท่าตัวเลยทีเดียว